ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผู้เขียนได้ทำเรื่องซื้อบ้าน พนักงานขายจะมีการสอบถามข้อมูลการทำงาน และข้อมูลส่วนตัว เช่น
1. ทำงานอะไรอยู่คะ
2. เงินเดือนเท่าไร
3. ผ่อนอะไรอยู่ไหม เช่นรถ , บัตรเครดิต
4. มีค่าใช้งานอะไรบ้าง
- ค่าเช่าบ้าน มีไหม
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพื่อที่จะนำไปคำนวณคร่าวๆว่าเรามีกำลัง ผ่อนบ้านเดือนละเท่าไร
5. มีการขอ สลิปเงินเดือน , Statementที่มีเงินเดือนเข้าต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน [แล้วแต่โครงการจะตกลงกัน] , สำเนาบัตรประชาชน เพื่อนำไปตรวจสอบตามขั้นตอนของเขา
ตอนที่เขาขอ สำเนาบัตรประชาชน ตอนนั้นเราก็สงสัยว่าจะเอาไปทำไม เขาตอบว่าจะไปตรวจสอบข้อมูลเครดิต
เราก็สงสัยต่อไปอีกว่า ข้อมูลเครดิตคืออะไร นะ เลยไปหาข้อมูลมา เอามาฝากเพื่อนกันค่ะ
ข้อมูลเครดิตคืออะไร สำคัญอย่างไร
1.ข้อมูลเครดิตคืออะไร
ข้อมูลเครดิต คือ ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ของลูกค้า ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต และจะปรากฏในรายงานข้อมูลเครดิตเมื่อมีผู้ขอเรียกดู ปัจจุบันข้อมูลเครดิตประกอบด้วยข้อมูล 2 ส่วนคือ
1.1 ข้อมูลที่บ่งชี้ถึงตัวตนลูกค้าเช่น ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขที่บัตรประชาชน และกรณีที่เป็นนิติบุคคล จะเป็น ชื่อ สถานที่ตั้ง เลขที่ทะเบียนนิติบุคคล เป็นต้น
1.2 ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ และประวัติการชำระสินเชื่อ ประวัติการชำระราคาสินค้าหรือบริการโดยบัตรเครดิต รวมทั้งสถานะบัญชี
2.ข้อมูลเครดิตมีความสำคัญอย่างไร
ข้อมูลเครดิตจะแสดงถึงประวัติการชำระหนี้ที่สะท้อนถึงพฤติกรรมและวินัยทางการเงินของเจ้าของข้อมูล แสดงถึงความตั้งใจในการชำระหนี้และความน่าเชื่อถือหรือที่เราเรียกกันว่า “เครดิต” ที่มีความสำคัญต่อการประกอบธุรกิจ สถาบันการเงินจึงใช้ประโยชน์จากรายงานข้อมูลเครดิตเป็นปัจจัยหนึ่งที่ใช้ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ เช่น ความสามารถในการหารายได้ ความเป็นไปได้ของธุรกิจ หลักประกัน เป็นต้น ดังนั้น ย่อมกล่าวได้ว่าผู้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดีมีโอกาสได้รับสินเชื่อในอัตราที่เหมาะสม
3.ใครเป็นผู้เก็บข้อมูลเครดิต
บริษัทที่จะประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตเพื่อจัดเก็บข้อมูลเครดิตได้ จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตที่ได้รับอนุญาตมีเพียงแห่งเดียว คือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau Co.,Ltd. : NCB)
4.ใครเป็นผู้นำส่งข้อมูลเครดิตให้บริษัทข้อมูลเครดิต
สถาบันการเงินหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อ ที่เป็นสมาชิกของ NCB มีหน้าที่นำส่งข้อมูลเครดิตลูกค้าของตนให้ NCB
5.ค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าน้ำ-ค่าไฟ จะถูกนำส่งให้บริษัทข้อมูลเครดิตหรือไม่
ปัจจุบันกฎหมายยังไม่ได้กำหนดให้องค์กรหรือนิติบุคคลใดต้องนำส่งข้อมูลประวัติการชำระค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าน้ำ-ค่าไฟ รวมทั้งค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้บริษัทข้อมูลเครดิต
6.ตอนเรียนเคยยืมเงินจาก กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา และบางท่านยังไม่ได้ค้างชำระมีผลหรือไม่
ปัจจุบันยังไม่มีการนำส่งข้อมูลจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเข้ามาในระบบข้อมูลเครดิตค่ะ
7.ข้อมูลเครดิตจัดเก็บอย่างไร และเก็บไว้ในระบบนานแค่ไหน
สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตมีหน้าที่นำส่งข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าแต่ละรายให้บริษัทข้อมูลเครดิตเป็นรายเดือน ไปจนกว่าสินเชื่อนั้นจะได้รับการชำระเสร็จสิ้น ในกรณีที่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้และค้างชำระเกิน 90 วัน สถาบันการเงินจะส่งข้อมูลสินเชื่อคงค้างให้บริษัทข้อมูลเครดิตต่อเนื่องไปอีกเป็นเวลาไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่ค้างชำระเกิน 90 วัน
บริษัทข้อมูลเครดิตจะเก็บข้อมูลเครดิตที่ได้รับจากสถาบันการเงินไว้ในฐานข้อมูลต่อไปอีกเป็นเวลาไม่เกิน 3 ปี นับจากวันที่บริษัทข้อมูลเครดิตได้รับข้อมูลจากสถาบันการเงิน
ขอบคุณ ข้อมูลจาก :ncb.co.th และ creditinfocommittee.or.th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น